มิถุนายน 23, 2021
เปิดทริปตะลุย “แม่ฮ่องสอน” ดินแดนเมืองสามหมอก

เปิดทริปตะลุย “แม่ฮ่องสอน” ดินแดนเมืองสามหมอก

เปิดทริปตะลุย “แม่ฮ่องสอน” ดินแดนเมืองสามหมอก หากจะพูดถึงจังหวัดท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้เราได้สัมผัส ก็คงหนีไม่พ้น“จังหวัดแม่ฮ่องสอน” และแม่ฮ่องสอนยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองสามหมอก เนื่องจากเป็นเมืองที่รายล้อมด้วยภูเขา สลับซับซ้อน ทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาว

ดังนั้น จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์สวยงาม ตามธรรมชาติ จนมีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็น สวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทยกันเลยทีเดียว  วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยจะมีที่ไหนบ้างนั้นตามไปดูกันเลยค่ะ

1. วัดพระธาตุดอยกองมู

วัดพระธาตุดอยกองมู

เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 3 ก.ม.เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยกองมูเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417

โดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน และสวยงามมากวัดนี้มี งานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์

2. สะพานซูตองเป้

สะพานซูตองเป้

ตั้งอยู่ที่บ้านกุงไม้สัก อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร เป็นสะพานไม้ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง  ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ หรือบางคนก็บอกว่าแปลว่า ความสำเร็จ  ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความความสำเร็จใด ๆ ก็จะพบกับความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

สะพานซูตองเป้  เป็นสะพานที่เกิดจาก ความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านกุงไม้สักที่ต่างก็ช่วยกันลงแรงสานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ทอดยาว ไปบนที่นาของเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวาย  โดยสร้างเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะและหมู่บ้านกุงไม้สัก ข้ามผ่านทุ่งนา และแม่น้ำสายเล็ก ๆ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้ใช้สัญจรไป มาระหว่างหมู่บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น 

3. ม่อนหยุนไหล

ม่อนหยุนไหล

ม่อนหยุนไหล จุดชมวิวบนภูเขาสูง โดดเด่นด้วยชื่อสไตล์จีน ตั้งอยู่ในอำเภอปาย เลยหมู่บ้านสันติชลไปประมาณ 3 กิโลเมตร บนจุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล สามารถมองเห็นตัวเมืองปาย และสายหมอกที่รวมตัวกันเป็นก้อนไหลเหมือนดังสายน้ำท่ามกลางหุบเขาในอำเภอปาย ได้อย่างงดงาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางขึ้นไปจุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล ประมาณ 05.30 น. เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า และรอชมแสงแรกแย้มจากดวงอาทิตย์ อันอบอุ่นในยามเช้า ณ บนจุดชมวิวที่สูงตระหง่านในอำเภอปาย ด้านบนจุดชมวิวมีบ่อน้ำสำหรับใช้ในการบริโภคที่ไหลลงสู่ด้านล่างของภูเขา

4. ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ตั้งอยู่ที่ บ้านอุมดาเหนือ ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน  ระดับความสูงที่ 1406 ม.จากระดับน้ำทะเล  ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมยประมาณ 10 กิโลเมตร ดอยพุ่ยโค  ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดน แห่งทุ่งหญ้าสีทอง วิวทิวทัศน์สวยงามและสุดยอดทะเลหมอกที่สามารถมองวิวได้รอบ 360 องศา ทำให้สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกดิน ในยามค่ำคืนมีดาวเต็มฟ้า  ระยะทางเดินเท้าไม่ไกลประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ถึงยอดดอย เส้นทางบางช่วงชัน เล็กน้อยแต่ถือว่าเป็นการเดินป่าที่ค่อนข้างง่ายและใช้เวลาเดินขึ้นไม่นานนัก แต่กลับได้พบความสวยงามของ ธรรมชาติที่ สวยงามแสนบริสุทธิ์  ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวที่จะได้พบกับทุ่งหญ้าสีทองคือ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

5. ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ภูมิทัศน์ที่เป็นไฮไลท์จนถูกขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยก็คือ อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบตรงกลางที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ มีหงส์ขาวและหงส์ดำเป็นฉากหลัง อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศโรแมนติกอย่าบอกใคร กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำที่ปางอุ๋งก็คือ การล่องแพชมวิวและบรรยากาศ

โดยรอบของปางอุ๋ง ไปเยี่ยมชมสวนปางอุ๋งของโครงการพระราชดำริที่มีจัดแสดงพืชพรรณต่าง ๆ ที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูง เป็นยาแผนไทยและให้ประโยชน์ทางด้านอาหาร เช่น อะโวคาโด บ๊วย สาลี่ พลับ นอกจากนี้ยังมีโซนสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ไฮเดรนเยีย พวงแสด และกุหลาบไว้ให้ถ่ายรูปสวย ๆ ด้วย การเข้าชมปางอุ๋ง สำหรับคนที่ไม่ได้พักค้างแรม จะต้องนำรถไปจอดไว้ที่โรงเรียนบ้านนาป่าแปกแล้วนั่งรถสองแถวของชุมชนเข้าไปเท่านั้น บัตรโดยสาร 50 บาท เปิดให้บริการเวลา 04.00 – 18.00 น.

สำหรับใครที่มีเวลาแล้วอยากจะพักค้างคืนสักคืนสองคืนเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่สวยงามของปางอุ๋งให้เต็มที่ก็สามารถทำได้ ขอบอกเลยว่าบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่เงียบสงบและสวยงามอย่าบอกใคร โดยเฉพาะใครที่ชอบดูดาว รับรองว่าจะได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าแบบสมใจอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้จะได้บัตรพักค้างคืนแต่ก็สามารถนำรถเข้าออกพื้นที่ได้ในช่วงเวลา 9.00 – 18.00 น.เท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ เปิดทริปตะลุย “แม่ฮ่องสอน” ดินแดนเมืองสามหมอก ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันทั้ง 5 แห่ง หากเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากจะไปท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงนี้ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะติดสถานการณ์โควิด บอกเลยว่าการไปท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนก็สามารถทดแทนได้ดีทีเดียวค่ะ แถมยังไม่ต้องเดินทางไปไกล ๆ อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

รวบรวม 6 “สถานที่เที่ยวหน้าฝน” ที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด!!

รวม 9 จุดเช็คอินแม่ฮ่องสอน ที่คุณไม่ควรพลาด!!