ธันวาคม 2, 2021
เปิดทริปตะลุย 5 สถานที่ท่องเที่ยว “อินโดนีเซีย” ที่คุณห้ามพลาด!!

เปิดทริปตะลุย 5 สถานที่ท่องเที่ยว “อินโดนีเซีย” ที่คุณห้ามพลาด!!

“อินโดนีเซีย” เป็นประเทศที่มีหมู่เกาะมากกว่า 17,000 เกาะ และมีภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกว่า 300 ภาษา ถือว่าเยอะมาก ๆ โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราสามารถเดินทางได้ไปท่องเที่ยวได้สะดวกสบาย และที่สำคัญประเทศอินโดนีเซีย ยังโดดเด่นด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีธรรมชาติอันงดงาม ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเยือนกันเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอินโดนีเซีย โดยจะมีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

เปิดทริปตะลุย 5 สถานที่ท่องเที่ยว “อินโดนีเซีย” ที่คุณห้ามพลาด!!

1. บุโรพุทโธ (Borobudur)

ศาสนสถานบุโรพุทโธ (Borobudur) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 รัชสมัยของราชวงศ์ไชเร็นดร้า (Syailendra Dynasty) ตั้งอยู่ในพื้นที่ปกครองมาเกอลัง (Magelang Regency) ภาคกลางของเกาะชวา ห่างจากยอกยาการ์ตา 40 กิโลเมตร และยังถูกยกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วยนะคะ ตัววัดตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา มองเห็นทุ่งสีเขียวขจีและเนินเขารอบ ๆ ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา มีการออกแบบวัดด้วยสถาปัตยกรรมแบบคุปตะ (Gupta) ซึ่งได้อิทธิพลมาจากอินเดีย

แต่ด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างในประเทศทำให้บุโรพุทโธมีเอกลักษณ์ในแบบอินโดนีเซียที่ไม่เหมือนใคร อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่มหึมาของชาวพุทธแห่งนี้ สามารถรอดพ้นจากการระเบิดกูนุง เมอร์ราปี (Gunung Merapi) โดยผู้ก่อการร้าย และการเกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 2006 ทำให้ที่นี่ยังคงความงามเหมือนเมื่อ 1200 ปีก่อนไว้อย่างดีเลยค่ะ โดยสร้างจากหินภูเขาไฟสีดำ สวยงามยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริง ๆ

ภายนอกมีรูปทรงคล้ายปีรามิด แบ่งเป็น 3 ชั้น โดยชั้นล่างสุดเป็นขั้นบันไดรูปสี่เหลี่ยมเป็นชั้นกามธาตุ แสดงถึงการที่มนุษย์ยังมีกิเลสตัณหา และยังคงไม่สามารถหลุดพ้นได้ ถัดมาเป็นฐานขั้นบันไดรูปกลมเรียกขั้นรูปธาตุ แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาของมนุษย์ได้แล้วเพียงบางส่วน สูงขึ้นมาอีกเป็นฐานกลมคือชั้นอรูปธาตุ แสดงถึงการละแล้วซึ่งเรื่องราวทางโลกของมนุษย์ ส่วนชั้นบนสุดเป็นฐานวงกลมขนาดใหญ่ของเจดีย์องค์ประธานที่แสดงถึงนิพพาน ซึ่งแฝงหลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธนั่นเอง

บุโรพุทโธ

2. เกาะกิลี ลอมบอก (Gili Islands, Lombok)

เกาะกิลี ลอมบอก (Gili Islands, Lombok) ประกอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ อีก 3 เกาะได้แก่ กิลี ตราวันงัน (Gili trawangan) กิลี ไอร์ (Gili Air) และกิลี เมโน (Gili Meno) ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของลอมบอก แต่ละเกาะจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวค่ะ อย่างเกาะกิลี ตราวันงัน ก็จะมีความเป็นสากลนิยมมากที่สุด

ครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลง ปาร์ตี้ ห้องอาหาร และที่พักหลากหลายรูปแบบ ผู้คนก็จะเยอะนิดนึง แต่ถ้าชอบแบบเบาๆ ลงมาหน่อยก็ต้องมาที่เกาะกิลี ไอร์ มีลักษณะเฉพาะแบบชาวพื้นเมืองอยู่สูงมาก ผู้คนไม่แออัด ให้อารมณ์สบาย ๆ ชิล ๆ ในขณะที่เกาะกิลี เมโน นั้นเงียบมาก

เกาะกิลี ลอมบอก

3. พระราชวัง Ratu Boko

พระราชวังราตู โบโกเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทางโบราณคดีที่งดงามซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างแบบโบราณบนที่ราบสูง กลุ่มสิ่งก่อสร้างที่กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ขนาด 160,000 ตารางเมตร รวมทั้งพื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ของชุมชนที่น่าหลงใหล เรียนรู้เรื่องราวการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว

ด้วยทริปท่องเที่ยวผ่านสิ่งก่อสร้างมากมายที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นสถานที่แห่งนี้ ขึ้นบันไดและก้าวเข้าสู่ประตูสีเทาของแหล่งโบราณคดีราตู โบโก ชมซากปรักหักพังของพระราชวังที่ยังคงมีหลักฐานของกำแพงป้องกันและคูน้ำที่แห้งอยู่ ลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า สถานที่นี้เคยใช้เป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อการป้องกันและเป็นวังมาก่อน

ชมพระอาทิตย์ขณะลับขอบฟ้าลงเบื้องหลังซากปรักหักพัง ที่ปรากฏเป็นเงาทาบทับกับท้องฟ้าสีแดง ท่องไปรอบ ๆ บริเวณแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่เพื่อชมสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่หลากหลาย เช่น สระน้ำ เมรุเผาศพ และโถงสำหรับผู้ชม นอกจากนี้ ยังมีวิหารจำลองและเขตพื้นที่ที่มีกำแพงล้อมรอบซึ่งเรียกว่า Women’s Quarter พักรับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารขนาดเล็ก

พระราชวัง Ratu Boko

4. ราชา อัมพัต ฝั่งตะวันตกจังหวัดปาปัว (Raja Ampat, West Papua)

เป็นหมู่เกาะที่มีพื้นที่ครอบคลุม 4,600,000 ไร่ ทั้งบนพื้นดินและทางทะเลโดยชื่อของหมู่เกาะราชาอัมพัต เป็นภาษาอินโดนีเซียอันมีความหมายว่า “ราชาทั้ง  4 พระองค์” ที่บ่งบอกถึงเกาะหลักทั้ง 4 ของหมู่เกาะ นั่นก็คือ เกาะมิซูล (Misool) เกาะซาลาวาติ (Salawati) เกาะบาตันตา (Batanta) และเกาะไวเกียว (Waigeo)

จากจำนวนของเกาะเล็ก ๆ ทั้งหมดกว่า 1,500 เกาะ ที่ประกอบเป็นหมู่เกาะราชาอัมพัตแห่งนี้ ทั้งนี้ความพิเศษของหมู่เกาะราชาอัมพัตก็คือ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากมีดินแดนสามเหลี่ยมปะการังที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามเป็นที่สุด ทั้งยังมีสถานะเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำของประเทศอินโดนีเซียด้วยปะการัง

ที่มีมากกว่า 500 ชนิด ปลาทะเลอีกกว่า 1,300 สายพันธุ์ อย่างเช่น ปลากระเบนราหู ปลาพะยูน ปลาทูน่ายักษ์ ปลากะพง ปลาน้ำดอกไม้ และปลาเฉพาะถิ่น เป็นต้นรวมถึงหอยกว่า 700 ชนิด นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลถึง 6 ใน 7 สายพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกนี้อีกด้วย

ราชา อัมพัต ฝั่งตะวันตกจังหวัดปาปัว

5. ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo)

สุดยอดความงามแห่งขุนเขาในอินโดนีเซีย ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ถ้าขับรถมาใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจากเมืองสุราบายา (Surabaya) เมืองหลวงของชวาตะวันออก (East Java) ภูเขาไฟโบรโมเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโบรโม เต็งเกร์ เซอเมรู (Bromo Tengger Semeru Natioanl Park)

กินพื้นที่ราวกว่า 800 ตารางกิโลเมตร ถึงจะมีขนาดเล็กแต่ถ้าเทียบกับภูเขาไฟลูกอื่น ๆ ในอินโดนีเซีย เขาก็เล็กพริกขี้หนูนะ เพราะทิวทัศน์ที่น่าทึ่งบนความสูงกว่า 2,392 เมตร แม้ไม่ใช่เทือกเขาที่สูงที่สุดในอินโดนีเซีย แต่ความงามติดตราตรึงใจผู้มาเยือน มีตำนานเล่ากันว่า ภูเขาไฟโบรโม มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อชาวเต็งเกร์ที่เชื่อว่า ที่นี่มีเจ้าชายผู้กล้าหาญได้เสียสละชีวิตของตนเพื่อครอบครัวของตัวเอง จึงได้มีการโยนอาหารและเงินลงไปที่ปล่องภูเขาไฟทุกปีในช่วงเทศกาลกาซาดะ (Kasada Festival) นั่นเอง

ภูเขาไฟโบรโม

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 5 แห่งที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน บอกเลยว่าอินโดนีเซียถูกจัดเป็นประเทศที่มีสีเขียวของธรรมชาติมากที่สุดในโลก หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ไปเยือนรับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

บทความน่าสนใจกับ 5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงญี่ปุ่น และ 5 ผลงานอันน่าจดจำ ของนักแสดงหญิง นาตาลี พอร์ตแมน