กรกฎาคม 27, 2021
5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย

5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงญี่ปุ่น

ถ้าหากพูดการแช่น้ำพุร้อน ร้อยทั้งร้อยคงนึกถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เพราะญี่ปุ่นถือว่าเป็นเป็นเจ้าน้ำพุร้อนเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าที่เมืองของเราเองก็มีบ่อน้พุร้อนจากธรรมชาติเช่นกัน วันนี้เลยจะพามาดู 5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงญี่ปุ่น

ประโยชน์ของการแช่น้ำพุร้อน

ในการแช่น้ำแร่ออนเซ็น จะมีแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเราหลายชนิด เช่น แคลเซียม,แมกนีเซียม แร่ธาตุ2ตัวนี้จะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ การอักเสบในหลอดลม อาการปวดตามข้อ และยังช่วยทำให้กระดูกมีความแข็งแรงอีกด้วย ส่วนของโซเดียม,โพแทสเซียม,คลอรีน แร่ธาตุ3ตัวนี้จะช่วยรักษาสมดุลของน้ำภายในและภายนอกเซลล์ให้อยู่ในภาวะที่สมดุลเหมาะสม ซึ่งร่างกายอาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ถ้าของน้ำภายในและนอกเซลล์นั้นเสียสมดุลไป และส่วนของซัลเฟอร์ จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของข้อต่อ ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อ และยังช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังได้

  • ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กระชุ่มกระชวย ลดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ
  • เสริมสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยบรรเทาอาการไขข้อกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน ให้มีอาการดีขึ้นได้
  • ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • ช่วยให้การดูดซึมและแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายดีขึ้น
  • ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • มีแร่ธาตุบำรุงผิวพรรณเนียนสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
  • ทำให้ผิวหนังสะอาดช่วยรักษาโรคผิวหนัง
  • ความร้อนของน้ำจะทำให้เหงื่อออก ช่วยขับสิ่งอุดตันใ้ต้ผิวหนัง
  • ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการฟก ช้ำ ให้หายเร็วขึ้น
  • ช่วยบำบัดรักษาความเสื่อมของผิวหนังวัยชรา

5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงญี่ปุ่น

1. น้ำพุร้อนสันกำแพง เชียงใหม่

น้ำพุร้อนสันกำแพง เชียงใหม่

บ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง105องศาเซลเซียส เมื่อนำไข่มาต้มท่านจะได้ลิ้มรสสัมผัสไข่ต้มออนเซนที่เเสนอร่อย หากท่านเมื่อยล้าเรามีสายลำธารน้ำเเร่ให้ท่านเเช่เท้าอย่างผ่อนคลายและยังทำให้ท่านเลือดลมไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย

การเดินทางมาเที่ยวยังน้ำพุร้อนสันกำแพงนั้นไม่ยากเลย เราอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลมตร สามารถเดินทางได้บนทางหลวงหมายเลข 1317 เส้นเชียงใหม่-เเม่ออน ถ้าเดินทางมาจากสนามบินเชียงใหม่ก็จะผ่านถนนมหิดล ผ่านห้างพรอมเมนาดา เป็นถนนที่ตรงสู่เเม่ออนได้เลย

 ตลอดการเดินทางไปยังน้ำพุร้อนสันกำแพง ท่านจะได้พบเห็นทิวทัศน์อันสวยงาม ท้องฟ้าสดใสกับทิวเขาเรียงรายตลอดทาง เมื่อถึงทางแยกตลาดสดสหกรณ์ 2 ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมุ่งตรงตามเส้นทาง ให้ท่านสังเกตป้ายบอกทางซึ่งจะมีตามระยะทาง เมื่อถึงจุดหมายหน้าทางเข้าน้ำพุร้อนสันกำแพงจะมีป้ายชื่อกิจการตั้งตระหง่านอยู่ว่า “น้ำพุร้อนสันกำแพง”

2. น้ำพุร้อนไทรงาม แม่ฮ่องสอน

น้ำพุร้อนไทรงาม แม่ฮ่องสอน

โป่งน้ำร้อนไทรงาม  ตั้งอยู่ที่บ้านไทรงาม อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ  15 กิโลเมตร บนเส้นทางสายปาย ปางมะผ้า เมืองแม่ฮ่องสอน   เป็นบ่อน้ำผุดที่มีอุณหภูมิอุ่นซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  ในเขตอนุรักษ์ป่าไทรงาม รายล้อมด้วยต้นไม้ที่เขียวขจี  ลักษณะเป็นแอ่งน้ำนาดเล็กที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ คล้ายกับน้ำตก 

ผืนน้ำมีสีเขียวใสแจ๋วสามารถมองเห็นหินและทรายเบื้องล่าง เพราะน้ำไม่ลึกมากประมาณแค่เขา โป่งน้ำร้อนไทรงาม เป็นที่นิยมขิงนักท่องเที่ยวมาแช่น้ำให้ผ่อนคลายในบรรยากาศแบบแนบชิดธรรมชาติ  สำหรับชื่อนั้น บางคนมักเรียกติดปากกันว่า น้ำพุร้อนไทรงาม แต่ชื่อตามป้ายบอกทางที่เขียนบอกนักท่องเที่ยว  คือ โป่งน้ำร้อนไทรงาม เพราะลักษณะของตาน้ำเป็นน้ำผุดที่ขึ้นมากจาเบื้องล่าง จะไม่ใช้ลักษณะน้ำพุที่พุ่งขึ้นมาเหมือนบ่อน้ำร้อนอื่น ๆ

  • ค่าบริการ : เด็ก คนละ 10 บาท / ผู้ใหญ่ คนละ 20 บาท
  • ค่านำรถเข้าน้ำพุร้อนไทรงาม : รถจักรยานยนต์ 20 บาท / รถยนต์ 30 บาท

3. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ลำปาง

 น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงินถนนลำปาง-เดินชัย บริเวณอุทยานฯมีธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินธรรมชาติ ที่สวยงามแทรกกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน น้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสูง ถึง 70 – 80 องศาเซลเซียส สามารถแช่ไข่ให้สุกได้ภายใน 15 นาที

บริเวณน้ำตกแจ้ซ้อน และ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนห่างกันประมาณ1กิโลเมตร ธารน้ำ จากน้ำตกแจ้ซ้อนไหลมาบรรจบกับธารน้ำร้อน จากน้ำแร่ กลายเป็นธารน้ำอุ่น ทางอุทยานฯจึงสร้างที่อาบน้ำแร่ขึ้นอย่างมาตรฐานเพื่อ บริการแก่นักท่องเที่ยวเพื่อจะได้มาแช่น้ำแร่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับรางวัล “อุทยานแห่งชาติดีเด่นประจำปี 2543 ” โดยได้จัดประกวดอุทยานแห่งชาติ ดีเด่นด้านการ ท่องเที่ยวประจำปี 2543

นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน นอกจากจะได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) ปี 2543 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดเยี่ยม ในด้านการออกแบบ สิ่งอำนวยความ สะดวกใน อุทยานฯ ได้อย่าง กลมกลืนกับธรรมชาติแล้ว

4. ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ราชบุรี

5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย  ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ราชบุรี

ธารน้ำร้อนเล็กๆ ที่ธรรมชาติให้มา  ถือว่าเป็นธารน้ำร้อนที่ใกล้กรุงมากที่สุด อยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ขับรถจากกรุงเทพฯ มาประมาณ 2 ชม.  ธารน้ำร้อนกำเนิดจากน้ำแร่ไหลซึมจากน้ำใต้ดินผ่านซอกหินจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลลงมาไม่ขาดสายตามลำธารเล็กๆ ผ่านก้อนหินกรวดทรายและป่าไม้เบญจพรรณ เป็นระยะทางประมาณ 150 เมตร ลงมายังบ่อน้ำร้อนด้านล่าง 

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นของเอกชน ผู้ค้นพบ คือ นายประยูร โมนยะกุล ค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ. 2468  ธารน้ำร้อนบ่อคลึง น้ำร้อนที่นี่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีแร่ธาตุที่ระคายเคือง ใสสะอาด ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน เกลือและแร่ธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 1 กรัม/ลิตร เป็นน้ำพุร้อนส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย มีน้ำร้อนไหลตลอดทั้งปี แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำไหลจะน้อยลงบ้างไม่ถึงกับแห้ง

5. น้ำตกร้อนคลองท่อม กระบี่

น้ำตกร้อนคลองท่อม กระบี่ 5 บ่อน้ำพุร้อนในเมืองไทย

น้ำตกร้อน ตั้งอยู่ใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ใกล้ๆ กับสระมรกต  เป็นอ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่ารองรับ สายน้ำตก ที่ไหลหลั่นลง มาจากเนินเขา สายน้ำแร่ ที่ไหลมาพร้อมๆ กับไออุ่นเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ มีลักษณะ เป็นธารน้ำพุร้อนผุด ขึ้นมาจากใต้ดินตาม ธรรมชาติ มีสารกำมะถัน เจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะตกลงมาในแอ่ง

สามารถอาบน้ำได้ บริเวณ ธารน้ำตกร้อนขนาดเล็ก ที่ไหลลดหลั่นกันมาตามธรรมชาติ ในน้ำพุร้อนประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ผ่อน คลายเชื่อว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับผิวหนังได้

แม้การแช่บ่อน้ำผุร้อนจะช่วยในโรถผิวหนังบางชนิดได้ แต่ยังมีหลาย ๆ โรคที่ยากต่อการรักษา ไม่ว่าในทางการแพทย์ก็ตาม ทำความรู้จัก “มะเร็งปากมดลูก” ภัยร้ายใกล้ตัวเรา

อ่านบทความเพิ่มเติม 4 สูตรอาหารจานเดียว จากใบกะเพราสุดอร่อย!